แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระพี่อ้อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระพี่อ้อ แสดงบทความทั้งหมด

นางลิงลุ่น

Posted: 12/29/2554 by Chow.Bangkok in ป้ายกำกับ: ,
0

cons22-1

มีเรื่องเล่าไว้ในพระไตรปิฏกดังนี้ว่า....
พระนันทะเป็นพระญาติของพระพุทธเจ้า เมื่อตอนที่เข้าพิธีสมรสกับนางชนบทกัลยาณี ได้ทูลเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จมาเสวยในงานด้วย เมื่อเสวยเสร็จแล้วจะเสด็จกลับนิโครธาราม พระพุทธเจ้าประทานบาตรให้นันทะ และไม่ทรงรับคืน ทำให้นันทะต้องเสด็จตามจนถึงพระอาราม
ในระหว่างนั้น เพื่อนเจ้าสาวได้บอกเจ้าสาวว่า พระศาสดาพานันทะไปเสียแล้ว นางเสียใจ วิ่งมาขอให้นันทะรีบกลับ คำขอร้องนั้นอยู่ในใจของนันทะ แต่เกรงพระทัยพระศาสดา จึงต้องอุ้มบาตรตามไปเรื่อยๆ
เมื่อถึงนิโครธารามพระศาสดาตรัสถามว่า บวชได้หรือไม่ นันทะก็ไม่กล้าปฏิเสธทูลว่าบวชก็ได้ จึงบวช
เมื่อบวชแล้วก็ไม่เป็นอันบำเพ็ญสมณกิจอะไร ใจคิดถึงแต่นางชนบทกัลยาณีเจ้าสาว
พระศาสดาเสด็จกลับกรุงราชคฤห์ ทรงสำราญพระอิริยาบถอยู่ระยะหนึ่งแล้ว รับอาราธนาของอนาถปิณฑิกเศรษฐีเสด็จไปยังกรุงสาวัตถี ประทับอยู่ ณ เชตวนาราม
ในการเสด็จครั้งนี้ พระนันทะตามเสด็จด้วย ขณะเมื่ออยู่เชตวนารามนั่นเอง พระนันทะกระสันอยากสึก จึงบอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ขอลาสึก
พระศาสดาทรงทราบ จึงตรัสถามสาเหตุ พระนันทะทูลว่า
“ข้าแต่พระองค์ เมื่อข้าพระองค์ออกจากเรือนบวชนั้น นางชนบทกัลยาณี คู่แต่งงานของข้าพระองค์ มีอาการโศกอย่างลึกซึ้ง ได้ขอร้องว่าให้รีบกลับ ข้าพระองค์หวนระลึกคำนั้นอยู่ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ใคร่สึก พระเจ้าข้า”
ตำนานเล่าว่า พระศาสดาสดับคำนั้นแล้ว ทรงจับแขนพระนันทะไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยกำลังฤทธิ์ ในระหว่างทางพบนางลิงลุ่นตัวหนึ่งนั่งจับเจ่าอยู่บนปลายตอไม้ที่ไฟไหม้ นางลิงนั้นหูจมูกและหางขาด พระศาสดาทรงให้พระนันทะพบกับนางเทพอัปสร 500 ผู้มาสู่ที่บำรุงของท้าวสักกะเทวราช
“นันทะ เธอเห็นอย่างไร นางชนบทกัลยาณีกับนางเทพอัปสรเหล่านี้ใครสวยกว่า”
“เทียบกันไม่ได้เลย พระเจ้าข้า”พระนันทะตอบ
“นางเทพอัปสรสวยกว่ามาก ถ้าจะเทียบแล้ว นางชนบทกัลยาณีเป็นเสมือนนางลิงลุ่นที่พบในระหว่างทาง เทพอัปสรเหล่านี้สวยจริงๆพระเจ้าข้า”
“เธออยากได้ไหม นันทะ”
“ข้าพระองค์ต้องการพระเจ้าข้า”
“ถ้าอย่างนั้น เธอจงประพฤติพรหมจรรย์ จงยินดีบำเพ็ญสมณธรรม เราจะเป็นประกันให้เธอ ได้นางเทพอัปสรเหล่านี้”
“ข้าพระองค์ หากพระองค์ทรงเป็นประกัน ข้าพระองค์ก็จะยินดีประพฤติพรมจรรยาต่อไป เพื่อให้ได้นางเทพอัปสรเหล่านี้”
เมื่อภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระนันทะประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อให้ได้นางอัปสรก็พูดกันต่อๆไป ใครพบท่านก็ถาม บ้างก็ยิ้มเยาะ และมีอาการส่อให้เห็นว่ามิได้นิยมชมชอบในพระนันทะ บ้างก็ว่าพระนันทะเป็นพระรับจ้าง บ้างก็ว่าพระนันทะเป็นผู้อันพระผู้มีพระภาคทรงเป็นประกันไว้ พระนันทะ ประพฤติพรหมจรรย์เพียงเพื่อให้ได้นางอัปสร หาใช่เพื่อความสมหลุดพ้นอันแท้จริงไม่
ด้วยประการฉะนี้ พระนันทะจึงละอายอยู่ จึงปลีกตนอยู่ลำพัง เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มิได้อาลัยในชีวิต ไม่นานนักก็สามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์
ในคืนที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ เทวดาองค์หนึ่งมายังวัดเชตวัน กราบทูลความเป็นพระอรหันต์ของพระนันทะแก่พระศาสดา แต่พระผู้มีพระภาคทรงทราบด้วยญาณของพระองค์แล้ว
รุ่งเช้าพระนันทะเข้าเฝ้าพระศาสดา ทูลว่า
“ข้าแต่พระองค์ ข้อที่พระองค์ทรงเป็นประกันข้าพระองค์เพื่อให้ได้นางอัปสร 500 นั้น บัดนี้พระองค์ได้หลุดพ้นจากภาวะผู้ประกันนั้นแล้ว”
พระศาสดาตรัสว่า
“นันทะ เรารู้แล้ว และเมื่อคืนนี้เทวดาองค์หนึ่ง ก็มาบอกเราว่าเธอได้หลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวงแล้ว นันทะเมื่อของเธอพ้นแล้วเพราะความไม่ยึดมั่น เราก็พ้นจากภาวะผู้ประกัน”
พระศาสดาทรงอุทานด้วยความชื่นชมยินดีว่า
“เปือกตมคือกาม หนามก็คือกาม อันผู้ใดย่ำยีได้แล้ว ข้ามได้แล้ว ผู้นั้นถึงความสิ้นโมหะ ย่อมไม่หวั่นไหวในสุขและทุกข์”
วันหนึ่งภิกษุถามพระนันทะว่า ยังอยากสึกอยู่หรือไม่พระนันทะตอบว่า ความอาลัยในเพศคฤหัสถ์ไม่มีอีกแล้ว
ภิกษุทั้งหลายเข้าใจว่าพระนันทะพูดไม่จริง พากันไปทูลพระศาสดา พระองค์ตรัสว่า
“จริงของนันทะ เมื่อก่อนนี้ จิตของนันทะเหมือนเรือนที่มุงไม่ดี ฝนคือราคะรั่วรดได้ แต่บัดนี้ จิตของนันทะเหมือนเรือนที่มุงดีแล้ว นันทะบรรลุอรหัตผลแล้ว”
ต่อมาภิกษุทั้งหลายสนทนากันว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นอัจฉริยบุคคล สามารถหาอุบายให้พระนันทะบรรลุอรหัตผลได้ พระศาสดาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไม่เพียงแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน นันทะก็ถูกล่อด้วยมาตุคามแล้วเหมือนกัน”
ภิกษุทั้งหลาย ทูลขอให้เล่าเรื่องนั้น ทรงเล่าอดีตนิทานมาว่า
ในอดีตกาล พ่อค้าคนหนึ่งในเมืองพาราณสี บรรทุกสินค้าบนหลังลาไปขายที่เมืองตักกสิลา เมื่อไปถึงที่แล้วได้ปล่อยลาให้เที่ยวหากิน จนกว่าตนจะขายของหมด
ลาไปพบนางลาตัวหนึ่งเข้า จึงเข้าไปหา
“ท่านมาจากไหน”นางลาถาม
“มาจากพาราณสี”ลาตัวผู้ตอบ
“มาทำไม”
“บรรทุกของมาขาย”
“ของมากไหม”
“มาก”
“ของมากอย่างนั้น ท่านเดินทางได้กี่โยชน์จึงหยุดทีหนึ่ง”
“เดิน 7 โยชน์ หยุดทีหนึ่ง”
“เมื่อท่านพัก มีนางลาช่วยนวดเท้า ช่วยประคบประหงมบ้างหรือ”
“ไม่มีเลย”
“น่าสงสาร” นางเปรย “พ่อค้าใจดำ”
จริงอยู่ การนวดเท้า เป็นต้น ย่อมไม่มีในหมู่สัตว์เดรัจฉาน แต่นางลาถามเพื่อพาดพิงถึงกามสังโยค อาการถามอย่างนั้นประกอบกับกิริยาท่าทางของนางลา ทำให้ลาผู้กระสันขึ้นมีจิตปฏิพัทธ์ในนางลา
พ่อค้าขายของเสร็จกลับมา แต่ลาไม่ยอมไปด้วยเสียแล้ว เขาจึงขู่ว่าจะเอาปฏักยาว 16 นิ้วแทง ลาก็ไม่กลัว บอกว่าถ้าทำอย่างนั้นจะทิ้งของให้หมด
พ่อค้าประหลาดใจ ว่าไฉนลาจึงพูดคำที่ไม่เคยพูดอย่างนี้ กิริยาก็กระด้างกระเดื่องไม่สุภาพเหมือนก่อน จึงเหลียวดูไปรอบๆ เห็นนางลา จึงรู้ได้ด้วยความฉลาดว่า “เจ้านี่รักผู้หญิงเสียแล้ว”
จึงว่า “มาเถิด ไปด้วยกัน เมื่อถึงที่แล้ว เราจักนำนางลาอันมีกายงาม หน้าเหมือนสังข์มาให้เจ้า”
จะได้ฟังดังนั้นมีใจยินดี บอกว่า ถ้ากระนั้นจะเดินให้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว
เมื่อไปได้ 2-3 วัน ลาก็ถามถึงเรื่องนางลาที่พ่อค้าสัญญาจะให้ พ่อค้าจึงกล่าวว่า “เราจักไม่ทำลายถ้อยคำของเรา เราจะนำภรรยามาให้เจ้า แต่จะให้อาหารเพียงพอแก่เจ้าเพียงผู้เดียว ภรรยาของเจ้าและลูกของเจ้าที่จะเกิดตามมา เราไม่รับรู้ด้วย เจ้าต้องหาเลี้ยงเขา”
เมื่อพ่อค้าพูดอย่างนี้ ลาก็คอตก หมดหวัง
พระศาสดาตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย ลาในครั้งนั้น คือ นันทะ นางลาคือนางชนบทกัลยาณี ส่วนพ่อค้าคือตัวเราเอง นันทะได้เคยถูกล่อด้วยมาตุคามมาแล้ว”

เรียบเรียง จากหนังสือ ทางแห่งความดี เล่ม 1
โดยอาจารย์วศิน อินทสระ

ทางแห่งความเสื่อม 6 ประการ

Posted: 9/19/2554 by ดร.ปิยะวัฒน์ วุฒิชัยกิจเจริญ (D.Eng., AIT) in ป้ายกำกับ:
0



คลิกเข้าไปดูเลยคร๊าบ....ขำๆ จำง่ายดี

MIDAS - Modeling, Integrated Design & Analysis Software

Posted: 1/27/2554 by Chow.Bangkok in ป้ายกำกับ: , ,
2


โปรแกรมตัวนี้ของเกาหลี น่าสนใจครับ เห็นมีคนชมเชยหลายคนเลยลองใช้ดู เข้าท่าดีครับ เครื่องมือช่วยเยอะ ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก ทำให้ model ได้ไวและยืดหยุ่นในการแก้ไขปรับปรุง ออกแบบได้ทั้งเหล็กและคอนกรีตพร้อมกัน มีทั้ง Working และ Ultimate มีหลาย Code ให้เลือกใช้ ที่สำคัญมีหน้าตัดเหล็กครบตามที่บ้านเราใช้ ทั้งรีดเย็น รีดร้อน มีตัวช่วยใส่แรงลม แรงแผ่นดินไหว ใช้ได้ตั้งแต่อาคารทั่วไป จนถึงอาคารขนาดใหญ่ หรืออาคารพิเศษชนิดต่างๆ

MIDAS มีหลายโปรแกรมเฉพาะ ให้เลือกใช้รวมเรียกว่า MIDAS Family Programs (ครบวงจรงานโยธา รวมไปถึงงานวิศวกรรมเครื่องกลด้วย) สำหรับงานโยธา ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจาก MIDAS/Gen และ MIDAS/Set ก่อน สำหรับสื่อต่างๆ และัตัวโปรแกรม หาดูหรือสอบถามได้ที่ tumcivil.com ในเวปของ MIDAS เองก็มี Tutorial ดีๆ และ 30-day Trial version ให้ลองใช้ (ที่ http://en.midasuser.com/index.asp) รูปที่เห็นเป็นตัวอย่างวิเคราะห์โรงงาน โดย MIDAS/Gen version 7.2.5 เป็นตัวอย่าง Model และ Moment diagram ของโครงสร้างหลัก ไว้มีเวลาจะเอาตัวอย่างการวิเคราะห์/ออกแบบง่ายๆ มาแนะนำครับ

ใช้โปรแกรมได้ แต่ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมใช้ "Sense of Engineer" ตรวจสอบด้วยนะครับ

ก่อนจบขอฝากข้อคิด คติธรรม ไว้หน่อยนะครับ
"วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ" อ่านว่า วิ-ริ-เย-นะ ทุก-ขะ-มัจ-เจ-ติ (คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร)

อ้อ

พุทธศาสนากับงานก่อสร้าง

Posted: by Chow.Bangkok in ป้ายกำกับ:
0

บทความดีๆ จากนายก วสท. คนใหม่ครับ

การออกแบบโครงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (บนดาดฟ้าอาคาร)

Posted: 8/07/2553 by ดร.ปิยะวัฒน์ วุฒิชัยกิจเจริญ (D.Eng., AIT) in ป้ายกำกับ:
9

โจทย์: ต้องการก่อสร้างป้ายขนาด ยาว 20 ม.x สูง 10 ม. บนดาดฟ้าอาคารพาณิชย์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เป็นอาคาร คสล. 3 ชั้น (มีดาดฟ้าเป็นชั้นที่ 4 ระดับพื้นดาดฟ้า +11.60 ม.) ระยะห่างเสา 4 .00 ม. x 4.00 ม. หน้ากว้างแต่ละคูหา 8.00 ม. ลึก 16.00 ม. มีทั้งหมด 3 คูหา อายุอาคารประมาณ 10 ปี จากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พื้นชั้นดาดฟ้ารับน้ำหนักเพิ่มได้ไม่เกิน 400 กก./ตร.ม.และเสารับน้ำหนักเพิ่มได้ไม่เกิน ต้นละ 9 ตัน


วิธีทำ: กำหนดรูปแบบโครงสร้างป้าย วิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบ Reaction ไม่ให้เกินค่าที่โครงสร้างเดิมของอาคารรับได้ คำนวณแรงลมโดยวิธีแรงลมสถิตเทียบเท่า ทำการออกแบบรายละเอียด และนำมาเปรียบเทียบกับการใช้หน่วยแรงลมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522)


ขั้นตอนที่

1:
กำหนดรูปแบบโครงสร้างและคำนวณแรงลม

โครงสร้างรูปแบบที่หนึ่ง ระยะห่าง @ 2.00 ม. โครงป้ายขนาด 16 ม. x 16 ม. พื้นที่ติดป้าย 10 ม. x 16 ม. ดังรูป

คำนวณแรงลมสถิตเทียบเท่าได้ค่าตามรูป
Load Case 1 แรงกระทำตั้งฉากกับป้าย, หน่วยเป็น กก.

Load Case 2 แรงกระทำเอียงเข้าทางด้านซ้ายของป้าย ,หน่วยเป็น กก.

จากการวิเคราะห์พบว่า Load Case 2 มีค่า Reaction และแรงใน member มากกว่า Load Case 1 ซึ่งผลการวิเคราะห์มีดังนี้

Load Case 2: Ry = 5885 kg, Pmax = 9791 kg (compression)

ลักษณะการแอ่นตัวของโครงสร้างภายใต้ Load Case 2 (ชิ้นส่วนสีแดงคือชิ้นส่วนที่รับแรงอัดในแนวแกนมากที่สุด) - คลิกที่รูปเพื่อดูภาพ Animation

โครงสร้างรูปแบบนี้ไม่ผ่านเนื่องจาก มีแรงลงพื้นเกินกว่าค่าที่โครงสร้างเดิมรับได้ (>1600 kg/จุด) ดังนั้นต้องกำหนดรูปแบบโครงสร้างใหม่หรือลดขนาดป้ายลง

ทำไปทำมาอยู่หลายแบบสรุปแล้วได้แบบนี้ครับ

โครงสร้างรูปแบบนี้มีการกำหนดเงื่อนไขคือต้องเอาเสาป้ายตรงกับตำแหน่งเสาเดิมเท่านั้น เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของพื้นชั้นดาดฟ้า ซึ่งจะทำให้เพิ่ม Reaction ของโครงป้ายได้มากขึ้น รูปแบบที่ว่านี้ @ 2.00 ม. ขนาดโครงป้าย 10 ม. x 16 ม. พื้นที่ติดป้าย 6 ม. x 16 ม.

จากการวิเคราะห์พบว่า Load Case 2 มีค่า Reaction และแรงใน member มากกว่า Load Case 1 ซึ่งผลการวิเคราะห์มีดังนี้

Load Case 2: Ry = 7550 kg, Pmax = 4730 kg (compression)

ลักษณะการแอ่นตัวของโครงสร้างภายใต้ Load Case 2 (ชิ้นส่วนสีแดงคือชิ้นส่วนที่รับแรงอัดในแนวแกนมากที่สุด) - คลิกที่รูปเพื่อดูภาพ Animation

สรุปใช้โครงสร้างรูปแบบนี้ได้ เนื่องจากแรงสูงสุดที่ Support น้อยกว่า 9 ตัน


ขั้นตอนที่ 2: ออกแบบชิ้นส่วนและจุดต่อ


ชิ้นส่วนมีสอง Group คือชิ้นส่วนหลัก และรอง ชิ้นส่วนหลักใช้เหล็ก L 100x100x7 มม. ชิ้นส่วนรองใช้ L 45x45x6 มม. จุดต่อใช้แผ่นประกับหนา 7 มม. โดยการเชื่อมและ Bolt ที่ Support ใช้แรง Ry และ Rx และ Rz คำนวณหาขนาด Bolt และระยะฝังต่อไป


ขั้นตอนที่ 3: เปรียบเทียบกับการออกแบบโดยใช้หน่วยแรงลมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522)

Ry = 3935 kg, Pmax = 2265 kg (compression)

สรุป: งานนี้ต้องลดขนาดพื้นที่ป้าย (ไม่ได้ตามใจเจ้าของงาน) ในส่วนของการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าการใช้หน่วยแรงลมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 6 ให้ค่า Reaction และ Pmax คิดเป็น 52% และ 49% ของวิธีแรงลมสถิตเทียบเท่า ตามลำดับ ดังนั้นถึงแม้ว่ากฎหมายไม่ได้บังคับให้ใช้วิธีแรงลมสถิตเทียบเท่า ผู้ออกแบบควรใช้วิธีดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้อาคารต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. กรมโยธาธิการและผังเมือง, 2550, “มาตรฐานการคำนวณแรงลมและการตอบสนองของอาคาร , มยผ. 1311-50, เอส.พี.เอ็ม. การพิมพ์ จำกัด, กทม. (ส่วนที่ 1, ส่วนที่ 2-3 หา Download ได้ใน Google)

2. Multiframe4D (อันนี้ดูรายละุเอียดได้ใน Tumcivil)

************************************************************************
หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนนักออกแบบไม่มากก็น้อยนะครับ....อ้อ

แนะนำศาสตร์การรักษาโรค (ได้ทั้งทางกายและทางใจ) แนวใหม่

Posted: 5/23/2553 by ดร.ปิยะวัฒน์ วุฒิชัยกิจเจริญ (D.Eng., AIT) in ป้ายกำกับ:
0

พอดี ได้มีโอกาสศึกษาทฤษฎี "โพเพทัส" ของหมอแกน ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เคยได้ยินหรือเปล่า เค้าว่ารักษาได้ทุกโรค ไม่ใช่เป็นแพทย์ทางเลือก แต่เป็นแพทย์ทางรอด น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ใครลองแล้วมีประสบการณ์อย่างไร ก็เล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ



อ้อ